อย่าฟ่าว! เปลี่ยนรถไฟฟ้าตอนนี้มีค่าผ่อน ถ้าสถานการณ์ MAX MAX MAX เท่าไหร่ถึงคุ้ม 🔥
ลองคิดแบบจุกๆ สมมติรถคุณวิ่งทางไกลแบบเหยียบๆ เลย 12-15 กม./ลิตร แอดคิดเว่อๆ เลยว่า 12 สำหรับเบนซินใหญ่ และ 15 สำหรับดีเซลใหม่ประหยัด (* ซึ่งสถานการณ์จริงรถเบนซินอาจจะประหยัดกว่านี้ อย่างเท้าแอด ขับ Teana 2.5 L33/Camry XV70 2.5 ทางไกลได้ 17 กม./ลิตร แต่คำนวณแล้วไม่เห็นเส้นตัด เลยเอามาเป็นโมเดลไว้)
สมมติว่า #ไม่ไหวแล้ว เจ๊จะลั่น จะไป EV งบแถวๆ 6 แสนบาท ผ่อนก็ราวๆ 10,000 ยาวๆ ตีว่าดอก 0% 5 ปี เลยนะ อย่าลืมว่ารถไฟฟ้าก็มีค่าชาร์จ หรือ #ติดแก็ส คิดอบบพรีเมียม ถังโดนัทราคาขึ้นด้วย
จะเห็นว่าถ้ารถคุณกินน้ำมันระดับนั้นจริงๆ แต่ถ้ายังวิ่งน้อย ให้จุดตัดที่ 2,000 กม./เดือน หรือเป็นระยะทางคนปกติเนี่ย ทนใช้ไปก่อนก็ได้ เพราะถ้าติดแก็สจะให้คุ้มทุนค่าติด ใช้เวลาอย่างน้อย 10 เดือน โดยคุณต้องลงเงินก้อน หรือ +ค่าผ่อนไป 4,000/10 เดือน บวกไปอ้าวเท่าค่าน้ำมัน
แต่ถ้ากลับกัน #วิ่งเยอะ เช่นพวกเซลส์ที่วิ่ง 200 กม./วันทำงาน 5,000 กม. ต่อให้ผ่อนค่าติดแก็สก็ยังมีส่วนต่างราวๆ 5,000/เดือน หรือต่อให้ต้องผ่อนรถไฟฟ้าช่วง 6-7 แสน รวมค่าชาร์จแล้วก็ยังมีเงินเหลือจากค่าน้ำมันราวๆ 7,000/เดือน
ส่วนดีเซล? ถ้าไม่ใช่เทคเก่าที่กิน 10 กม./ลิตร เจอพวกประหยัดหน่อยแบบ NP300 2.3 YS, 2GD, Maxforce 2.2/1.9 BluePower มันก็จะกลางๆ ทุกอย่าง จะเริ่มหนักถ้าคุณขนของครับ
** แอดคำนวณคร่าวๆ ดูจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ Ex.Refinery ดีเซลประมาณ 45-46 บาท ก็คิดว่ามันไม่น่าไปไกลกว่านี้ได้มาก และเบนซินจะถูกอุ้มขึ้นมาแบก
ดังนั้น ถึงจุดตัดจะไม่ใช่ 15 กม./ลิตร เบนซิน แบบไกด์เก่าแล้ว แต่ยังไง จะเปลี่ยน จะติดแก็ส คันที่มีอยู่แล้ว ติดมือสองถูกๆ ก็พอได้เนาะ… ถ้าหารถใหม่มาติดเลยก็ไม่ไหวล่ะครับ
*** วิ่งเยอะอย่าลืมค่าเมนเทแนนซ์ ยาง นมค. ต้องมานะ และรถไฟฟ้าก็อย่าลืมล้างแผงแอร์น้อ
แอดแมว
26/3/69 💧
Source