Review RACE1 Boost กล่องคันเร่งไฟฟ้าต่อสายปุ๊บ วิ่งแรงปั๊บ! สะใจไม่ต้องจูนให้เสียเวลา!!

Review RACE1 Boost กล่องคันเร่งไฟฟ้าต่อสายปุ๊บ วิ่งแรงปั๊บ! สะใจไม่ต้องจูนให้เสียเวลา!!

แอดกาวเชื่อว่าหลายๆ คนที่ชอบขับชอบแต่งรถก็จะมีวิถีทางแต่งรถของตัวเองหลากหลายแนว ตั้งแต่กล่องคันเร่งไฟฟ้า RACE1 Boost ที่แอดได้มาจากแอดแมวมารีวิวป้ายยาคุณๆ ในบทความนี้, จูนเครื่อง, เรียงเกียร์, ใส่โบฯ อะไรว่ากันไปตามลีลาเพิ่มความแรงของแต่ละคนนั่นแหละ เพราะแต่ละคนก็จะมีวิธีแรงตามสไตล์แตกต่างกันไป

อย่างแอดกาวที่ชื่นชอบวิถีหายใจเองหรือ NA (Naturally aspirated engine) ก็เน้นเลือกของแต่งมาเติมความแรงให้รถแบบคุมโทนกันหน่อย เงื่อนไขเดียวคือไม่ใช้เทอร์โบแต่อื่นๆ ว่ากันไปได้เลย ซึ่งหลังจากส่องๆ กล่องคันเร่งไฟฟ้ามาเยอะ อยู่ดีๆ แอดแมวก็สนับสนุนกล่องตัวนี้มาใส่เจ้ามัชชุคู่ใจแลกกับการเขียนรีวิวป้ายยาคุณๆ ที่กำลังคิดกันอยู่เนี่ยแหละว่าจะจัดกล่องใบนี้มาใส่รถของตัวเองดีไหม แล้วมันจะดีเปล่า ใช้ง่ายไหมอะไรยังไง? มาดูกันในบทความนี้เลยดีกว่า! ส่วนภาพทั้งหมดในบทความนี้แอดถ่ายด้วย OnePlus 9 เครื่องคู่ใจที่รีวิวไปก่อนหน้านี้ครับ 🙂

RACE1 Boost

วิธีติดและตั้งค่ากล่อง RACE1 Boost แบบง่าย ทำได้ด้วยตัวเอง!

กล่อง RACE1 Boost เนี่ย เป็นกล่องคันเร่งไฟฟ้าเวอร์ชั่นใช้งานง่ายๆ ไม่มีการตัดต่อสายไฟเลยแม้แต่เส้นเดียวโดยตัวกล่องมันจะเป็นตัวกลางคั่นระหว่างคันเร่งที่เราเหยียบกับลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้าคุมว่าให้อากาศเข้าเครื่องเยอะน้อยเท่าไหร่ ซึ่งเจ้ากล่อง RACE1 เนี่ย มันมีปลั๊กสำหรับรถหลายรุ่น เท่าที่กวาดตาดูก็ Toyota, Honda, Mitsubishi, Nissan, Mazda, Suzuki, Isuzu ฯลฯ แล้วเห็น Ford, Hyundai, MG โผล่ๆ เข้ามาบ้าง คือตรงนี้แอดบอกก่อนเลยว่ารับเยอะมาก ไปไล่เองดีกว่า

เนี่ย เห็นปลั๊กตรงคันเร่งป้ะ บีบมันนิดนึงแล้วดึงถอดมาเข้ากล่องโลด

ส่วนวิธีติดตั้งเรียกว่าง่ายโคตรๆ ครับ ถ้าคุณเสียบปลั๊กไฟเป็นคุณใช้มันได้แน่นอน วิธีการมันคือ

  1. หยิบกล่องออกมาแล้วถอดสายคันเร่งไฟฟ้าออกก่อน
  2. เอาปลั๊กคันเร่งเดิมเสียบเข้ากล่อง RACE1 Boost จากนั้นก็เอาปลั๊กกล่องเสียบเข้าปลั๊กหัวคันเร่ง
  3. สตาร์ทรถ ตอนนี้กล่องจะติดแล้วไฟมันจะหมุนๆ แบบว่าไม่รู้โหมดอะไรยังไง ตามคู่มือคือให้เราเหยียบคันเร่ง 100% ไว้ 1-2 วินาที
  4. เสร็จแล้วฮะ ไปซิ่งได้ ลองขับดูว่าคันเร่งมันเป็นยังไงบ้าง
ติดเอาหล่อๆ แหละ สุดท้ายก็หมกเอาไว้ใต้พรม (ฮา)

ตอนนี้ตัวกล่องจะเลือกปรับโหมดได้คือ

  1. AI จะเป็นโหมดที่กล่องจัดการคุมคันเร่งกับลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้าให้เราหมดเลย ไม่ต้องทำอะไรกับมัน
  2. EC (Eco mode) ประหยัดน้ำมัน คันเร่งจะตอบสนองช้าลงนิดหน่อยเน้นนุ่มนวล
  3. SF โหมดปรับคันเร่งเอง ปรับความแรงได้ 100 ระดับ กดแล้วจะเริ่มจาก 1

ตรงนี้จะมีพวกโหมดตั้งเดินหอบ ปิดควันดำด้วย สองจุดนี้แอดกาวไม่ได้เทสต์มันเพราะว่าไม่ชอบเสียงเดินหอบเท่าไหร่อ่ะ คนที่บ้านสองคนที่ไม่รู้เรื่องเรื่องรถเลยจะตกใจเอา (ฮา) ส่วนปิดควันดำก็ไม่ต้องยุ่งอะไรกับมันเพราะว่าคันนี้เบนซินแล้วควันดำไม่มีอยู่ละ ก็เลยใช้หลักๆ เป็น AI, EC เป็นหลักและเทสต์ SF บ้างนิดหน่อย

ติดกล่องแล้วรถเป็นไงบ้าง?

ส่วนนี้ที่มาเขียนรีวิวช้าหน่อยเพราะว่าลองใช้งานจริงมา 2-3 สัปดาห์ เพื่อเช็คความแตกต่างจากตอนที่ใช้งานเป็นยังไงบ้าง แต่ละโหมดเป็นยังไง ถ้าให้สรุปง่ายๆ ไปเลย แอดขอฟันธงไปว่าถ้าคุณๆ ไม่อยากวุ่นวาย ขอเสียบแล้วแรงเลยแนะนำใช้งาน AI Mode ไปเลยครับ ให้ระบบ AI ในกล่องมันจัดการเรื่องคันเร่งทั้งหมดให้เราไปเลย ง่ายสุด แรงชัวร์ คันเร่งต่อเนื่อง Linear ขึ้นเป็นเหมือนคันเร่งสายของรถสมัยก่อน ไม่ค่อยกระตุกหรือรอรอบนิดนึงแล้วค่อยวื้ออออ แรงออกไปทันที จังหวะเร่งหนีตอนโฉบเปลี่ยนเลนออกจากที่กลับรถไวขึ้นเยอะ

วิธีการใช้ก็ง่ายเพราะตรงกล่องมีปุ่ม -, Mode, + ให้กด คือกด Mode เปลี่ยนไปมาระหว่างโหมดที่ใช้งานได้ กด -, + ในโหมด SF เพื่อปรับความเร็วคันเร่งได้ด้วย ส่วนอาการที่แอดขับๆ มาแล้วมันจะเป็นตามนี้ครับ

อาการของโหมด AI Mode เนี่ย มันจะกลายเป็นว่าคันเร่งจะไวขึ้น Linear ตามเท้าเรากว่าเดิม คือปกติรถของแอดกาวเนี่ยมันจะเนือยๆ ง่วงๆ ตามนิสัย CVT จนกว่าจะถึง 2,000 รอบ รถถึงจะเริ่มพุ่งหน่อย มันก็ดีนะแต่ว่าน่ากลัวตอนจังหวะฉุกเฉินที่ต้องรีบเร่งหนีอะไรงี้จะต้องเติมคันเร่งเผื่อเยอะ พอใส่กล่องนี้นิสัยคันเร่งเปลี่ยนไปเลย คือคันเร่งจะตื้นแบบแตะเบาๆ ก็พุ่งทันที แรงมาตั้งแต่ 1,500 รอบไม่พอ รถจะพุ่งกว่าเดิมคล้ายกับนิสัยคันเร่งของ Toyota Vios (Toyota Belta) โมเดล XP90 คือตื้นและโดดเบอร์นั้น แต่ไม่กระชากเกินไป ออกจะต่อเนื่อง Linear กว่าชัดเจน

แต่ที่ต่างกันคือ XP90 เดิมๆ โรงงานมันแรงแบบ 0-110 มาเร็วแต่หลังจากนั้นเริ่มเฉาหมดแรง แต่กล่องตัวนี้แรงเรียกว่ามาลากยาวไปจน 0-140 โน่นเลย จากนั้นแหละจะเฉา แตะ 150 ยากหน่อย คงเพราะแรง HR12DE CVT มันมาแค่นั้นแหละมั้ง? แต่ถามว่าไป 150 มันได้นะแต่ต้องอาศัยแรงส่งจากลม+แรงลงเนิน แต่มันจะเริ่มไม่คุ้มเพราะต้องถมคันเร่งจนรอบโดดไป 4,500-5,000 รอบแล้ว (ส่วนตัวแอดจะคุมคันเร่งให้อยู่ไม่เกิน 4,000 รอบ แล้วถ้าถึงจุดที่เร็วพอใจแล้วจะเลียคันเร่งให้กรอรอบคันเร่งช่วง 2,800-3,100 รอบแทน) ส่วนตัวแอดว่ามันมาถมช่วงความเร็วตกตอน 0-80 ได้ดี เพราะช็อตเนี้ยจะได้ใช้บ่อยถ้าคุณวิ่งไปมาในเมือง

อีกอย่างที่เจอแล้วชอบใน AI Mode เลย คือ CVT มันจะกดแล้วไปเรื่อยๆ มีรอบสูงบ้างถ้าจมคันเร่งเยอะหน่อยแต่ก็ไม่ได้เหมือนกับการ Kick down ของรถคันเร่งสายสมัยก่อน (ซึ่งแอดกาวชอบฟีลนี้เพราะมันใช้จังหวะสำคัญตอนแซงหนีรถบรรทุกจังหวะสำคัญบ่อย) ซึ่งถ้าเป็น Nissan March K13 เท่าที่แอดกาวขับมาก่อนใส่นังกล่อง RACE1 Boost ตัวนี้คือการกดโหมด Sport นั่นแหละ แต่กล่องนี้ถ้ากดคันเร่งเกิน 50% มันจะตัดเข้า Kick down หรือ Sport mode อัตโนมัติ ตรงนี้ชอบเพราะไม่ต้องเอื้อมมือกดละ ถมคันเร่งเลยจบๆ

ECO Mode เรียกว่าคนละฝั่งกับ AI Mode เลย ส่วนตัวแอดกาวว่าถ้าคุณๆ อยากขับชิลๆ วิ่งเข้าเมืองไปโน่นมานี่ไม่ได้จะซิ่งตีนผีไปไหนมาไหนและประหยัดน้ำมันเป็นใจความมันคือโหมดหลักของคุณ จากที่ลองแล้วคือมันจะกลายเป็นรถแสนสุภาพคันนึงที่คุณแม่ขับไปซื้อกับข้าวที่ตลาดได้สบายๆ นิสัยมันคือคันเร่งก็ Linear นะและความเร็วมาตอน 1,500 รอบ แต่ไม่กระโดดไม่กระโชกโฮกฮาก แต่จะแบบ อ๋อ จะเร่งเหรอครับเจ้านาย โอเคครับไปนะครับบบบบบ ไหลน่ารักแบบเร็วขึ้นทีละหน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้อืดเป็นเรือเกลือขนาดนั้น กดคันเร่งก็ไม่พุ่งไม่โดดน่ากลัว ออกทางมุ้งมิ้งน่ารักด้วยซ้ำ ยกเว้นว่าคุณจะกระทืบคันเร่งไป 70% โน่นแหละ ตอนนั้น ECO Mode จะกลายเป็นว่า อ๋อ ต้องเร่งแล้วนะครับ โอเคไปๆ แล้วเร็วขึ้นหน่อย แล้วก็ดีดตัวเร่งให้เร็วขึ้นหน่อย แต่ไม่ได้บินแบบฟิ้วเหมือน AI Mode ขนาดนั้นครับ

SF Mode ช่างหัวมัน แอดลองแล้วคิดว่ามันปรับแล้วก็ไม่ได้จะเร็วขึ้นเท่าไหร่เลย ส่วนตัวแนะนำว่าอยู่ในโหมด AI ไปดีกว่า

ส่วนตัวแอดลอง Shift on the Fly กดเปลี่ยนโหมดตอนขับเลย คือเปลี่ยน ECO Mode ไป AI Mode ทันที กลายเป็นว่ารถมันจะไม่ยอมเปลี่ยนโหมดเลยเว้ยคุณ คือกลายเป็นว่า AI Mode เปลี่ยนจาก AI สุดพุ่งกระโดดดึ๋งดั๋งวิ่งไวทันใจกลายเป็น AI ชงชา เรื่อยเปื่อยไปเรื่อยแทน ไม่แนะนำให้กดเปลี่ยนโหมดกะทันหัน

ส่วนตัวแนะนำว่าถ้าเปลี่ยนโหมด คือ เปลี่ยนโหมดตอนติดเครื่องอยู่ > ดับเครื่อง > สตาร์ทใหม่ > ขับ แบบนี้ดีสุดครับ ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน ถ้ากดตอนติดเครื่องแล้ววิ่งเลย เอ๋อ งงไปซะอย่างนั้น

สิ่งที่ต่างจากเดิมที่แอดเจอนะ คือเล่าก่อนว่า Nissan March K13 คันที่แอดขับอยู่เป็นคันที่แอดกาวรับต่อจากแอดแมวมาขับต่อ แล้วมันจูนกล่องระบบเชื้อเพลิง (Piggy Back) มาแล้วให้รับ E85 ได้ บางทีตอนเติมน้ำมันสลับกันไปมา E20 <-> E85 มันจะมีไฟ Engine ติดขึ้นมา หรือบางที E20 มา 2-3 ถัง ไฟก็โชว์ก็มีเหมือนกัน พอเสียบกล่องนี้ขับมา 2-3 ถังแล้วไฟไม่ติดเลยทั้งที่มันต้องมาแล้ว (ส่วนนี้แอดสันนิษฐานว่ามันมาจากการที่ตัวกล่อง ECU Standard ติดตัว HR12DE ไปเจอว่าลิ้นปีกผีเสื้อว่าถูกสั่งให้ดึงลมเข้าเยอะกว่าปกติ มันเลยไฟติดว่า เออ เจ้านาย ลมมันเยอะผิดปกตินะ เพราะแอดขับไปให้ช่างที่ศูนย์นิสสันเช็คดูรอบนึงละว่ามันเกิดจากกอะไร ให้เขาเอาคอมจิ้ม OBD เช็คเลย) เอาเป็นว่าเสียบกล่องนี้แล้วแอดว่ามันโอเคเลยแหละ

สรุป – อยากแรงขึ้นแต่ไม่อยากจูนเครื่อง เริ่มจากกล่องนี้ได้เลย

ตรงนี้แอดค่อนข้างเชียร์และขอป้ายเพื่อนๆ ที่มีรถแล้วอยากขับสนุกขึ้นกว่าเดิมหน่อยนึง ให้มาเอา RACE1 Boost ไปลองเสียบรถขับดูก่อนได้เลย มันต่อง่ายไม่ตัดต่อสายไฟ รถมีปัญหาอะไรถอดกล่องเนียนก่อนแล้วเข้าศูนย์ก็ได้ (ฮา) แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือรถมันตอบสนองดีกว่าเดิมแบบชัดเจน ขับสนุกและคันเร่ง Linear มีความต่อเนื่องอย่างที่แอดอธิบายไปข้างต้น จะติดนิดเดียวคือโหมดปรับความเร็วคันเร่งด้วยตัวเอง (SF Mode) มันใช้งานจริงไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ชัวร์สุดเลยคือ AI Mode, ECO mode สองตัวเนี้ยแหละที่ใช้ได้เลย เห็นผลจริง กดแล้วรู้สึกเลย แล้วราคาค่าตัวไม่แพงด้วย ปกติขายกัน 1,490 บาท แต่แอดได้มาตอนโปรโมชั่นก่อนหน้านี้แค่ 990 บาทเอง ถ้าใครอยากลองของสนุกกดวาร์ปด้านล่างไปเลยจ้า

วาร์ปไปกดกล่อง RACE1 Boost ทุกรุ่น เลือกให้ตรงรุ่นเลยจ้า > https://lost.cheap/race1boost/

Tell us about your thoughtsWrite message

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Back to Top
Back to Top
Close Zoom
Context Menu is disabled by theme settings.