จากภาพของ @Car Complaint Thailand

นี่คือความเสียหายที่เกิดต่อทางรัฐบาลและประชาช

นี่คือความเสียหายที่เกิดต่อทางรัฐบาลและประชาชน

เพราะอะไร?

แพคเกจ รฟฟ.จีน นอกจากเอาภาษีมาแบกแล้ว ภาษีที่ควรจัดเก็บได้ก็ไม่ได้เก็บ แล้วชดเชยยังสามารถเอารถถูกมาผลิตนับชดเชยนำเข้ารถแพงที่รัฐบาลไทยแทบไม่ได้ภาษีอีก

LC FJ รบ.ได้ภาษีประมาณคันละ 4 แสน

คันต้นเรื่อง แบตเข้าเกณฑ์ความจุ รัฐหนุน 1.5 แสน ลดอากรขาเข้าอีก 40% สพม. เสียไม่เกิน 2% และภาษีรถยนต์ต่อปีก็เสียแค่ไม่กี่บาท รวมๆ ตลอดช่วงอายุแทนที่รัฐบาลจะเก็บภาษีได้ประมาณคันละ 200,000 โดยปกติ กลายเป็นต้องจ่ายอุดหนุนให้คันละ 200,000

มากขนาดไหน? ตีแบบง่ายๆ สมมติรถแอดไม่มีราคาแล้ว แต่เป็นพวกมาร LPG ได้อุดหนุนกองทุน ณ เวลานี้ ซึ่งสูงกว่าปกติ 2 เท่า อยู่ที่ 9.88 บาท/กิโลกรัม หรือประมาณ 5 บาท/ลิตร (ประมาณ 10 กม./ลิตร)

200,000 บาท แอดกินภาษีรัฐเท่านี้ไปวิ่งได้ 400,000 กม. และระยะขนาดนั้น แอดน่าจะวิ่งได้ 20 ปี จ่ายภาษีเฉพาะขนส่งต่อปีอีกปีละ 2,000

และถ้าคำนวณละเอียด 9.88 บาท เป็นสิ่งที่เสียไปกับกองทุนน้ำมัน แต่ปกติเราต้องจ่ายคืนในฐานะภาษีสรรพสามิตและมูลค่าเพิ่มกลับไป จะเหลือราวๆ 6 บาท/ก.ก. หรือ 3 บาท/ลิตร เท่ากับจำนวนที่เขามาอุดหนุนในการช่วยเราจริงๆ 200,000 ช่วยการวิ่งเราได้ถึง 666,666 กม.

(ซึ่งในสภาพปกติมันก็ไม่ถึงด้วย ปกติอุดหนุน LPG ประมาณ ก.ก.ละ 5 บาท เท่ากับบวกลบคูณหารแล้ว 200,000 ที่รัฐจัดเก็บรายได้ไม่ได้=สร้างอำนาจการซื้อให้คนใช้รถเชื้อเพลิงปกติได้ยาวๆ)

ในขณะที่รถไฟฟ้าบางคัน แค่เข้าประเทศมารัฐก็ขาดทุนแล้ว แถมไม่ได้มีการสร้างโรงงานที่ดูแล้วตั้งใจผลิตคืนหรือเปล่าก็ไม่รู้ ดูอย่าง Neta ตอนนี้ สพม. จะไปทวงส่วนต่างกับใครก็ยังไม่รู้เลย?? คนเสียหายคือประกันมั้ย??

แล้วกระบวนการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นพิษจากแบตเตอรีของคุณเมื่อหมดอายุ มีต้นทุนประเทศเท่าไหร่

หวังว่าถ้า รบ.นี้ มีกึ๋น ตั้งกำแพงมาตรฐานใส่ไปครับ สร้างกลไกแข่งขันที่เท่าเทียม เพราะเชื่อว่าตอนนี้แบรนด์ญี่ปุ่นรู้แล้วล่ะว่าไม่สามารถกั๊กได้ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง ญี่ปุ่นทำรถเอาใจคนอยากได้รถไฟฟ้าราคาถูกได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีสมดุลและความจริงใจในการที่จะมาสร้างห่วงโซ่อุปทานและจ่ายภาษีให้ภาครัฐ

Source

Back to Top
Back to Top
Close Zoom